ตอบ. การอั้นปัสสาวะนานๆ มีความเสี่ยงต่อการเกิดระบบทางเดินปัสสาวะอักเสบได้ง่ายและบ่อยขึ้นครับ
สาเหตุของการเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะนั้น ปัจจุบันยังไม่ทราบแน่นอนครับ แต่เชื่อว่า สาเหตุที่เกี่ยวข้องนั้นเกี่ยวข้องกับสาเหตุภายในร่างกายของผู้ป่วยเองและ สภาพแวดล้อมตัวผู้ป่วย
ก.สาเหตุความผิดปกติที่เกี่ยวกับภายในตัวผู้ป่วยเอง
1.กรรมพันธ์ ผู้ป่วยที่พ่อแม่เป็นโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคนิ่วเช่นเดียวกันได้
2.อายุและเพศ นิ่วในไต พบใน ชายมากกว่าหญิงถึง 2 ต่อ1 พบมากในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก นิ่วในกระเพาะปัสสาวะพบมากในชายมากกว่าหญิงถึง 7 ต่อ 1 พบมากในเด็กชายอายุน้อยกว่า 7 ปี และในผู้ใหญ่ในช่วงอายุมากกว่า 30 ปี ขึ้นไป
3.ความผิดปกติในการทำงานของต่อม พาราทัยรอยด์ ซึ่งหลั่ง hormone ที่ควบคุมสาร calciumออกมามากกว่าปกติ
4.มีการตีบแคบของระบบทางเดินปัสสาวะ ทำให้น้ำปัสสาวะคั่งค้าง การตีบแคบนี้อาจมีมาแต่กำเนิด หรือ เกิดขึ้นภายหลัง
5.ความเข้มข้นของน้ำปัสสาวะ อันเกิดจากมีสารต่างๆถูกขับออกมาในน้ำปัสสาวะมากกว่าปกติ หรือเกิดผู้ป่วยดื่มน้ำน้อยกว่าปกติ หรือ สูญเสียน้ำจากร่างกายทางด้านอื่นมาก เมื่อน้ำปัสสาวะมีความเข้มข้นสูง โอกาสที่สารละลายในน้ำปัสสาวะจะตกผลึก ก็มีมากขึ้น
6.ความเป็นกรด/ด่างของน้ำปัสสาวะ ปัสสาวะที่มีฤทธิ์เป็นกรดมากจะเกิดการตกผลึกของ กรด ยูริค,ซีสตีน, ส่วนปัสสาวะที่มีฤทธิ์เป็นด่าง จะเกิดการตกตะกอนของผลึกสารจำพวก Oxalate,Phosphate และ Carbonate
7.การอักเสบติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
8.วัตถุแปลกปลอมที่หลุดเข้าไปในทางเดินปัสสาวะ
9.ยาบางอย่าง ทำให้เกิดนิ่วได้ ยาลดกรดที่กินอยู่เป็นเวลานานๆ ทำให้ปัสสาวะมีฤทธิ์เป็นด่าง จะเกิดนิ่วพวก Phosphate ได้ง่าย
ข.สาเหตุร่วมที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมตัวผู้ป่วย
1.สภาพภูมิศาสตร์ ผู้ป่วยที่เป็นโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะมักอยู่ในบริเวณที่ราบสูง ประเทศไทยเรา พบมากในภาคอิสานและเหนือ
2.สภาวะอากาศและฤดูกาล ในฤดูร้อนจะพบว่าผู้ป่วยเป็นโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะมา รพ.กันมาก อาจเนื่องจากเสียเหงื่อมากทำให้ปัสสาวะเข้มข้นทำให้นิ่วโตเร็วขึ้นจึงเกิดอาการขึ้น แต่ในฤดูหนาวเสียเหงื่อน้อย ปัสสาวะเจือจางและปัสสาวะมีจำนวนมาก
3.ปริมาณน้ำดื่ม ซึ่งจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเข้มข้นของน้ำปัสสาวะ ถ้าดื่มน้ำน้อย และยังอาจเกี่ยวกับ เกลือแร่ที่ละลายอยู่ในน้ำของแต่ละท้องถิ่น
4.สภาพโภชนาการ การบริโภคอาหารนานาชนิด และการดื่มน้ำเป็นผลให้มีการเพิ่ม/ลดของสารต่างๆ ที่เป็นส่วนประกอบของก้อนนิ่ว เช่น การกินอาหารเครื่องในสัตว์,ยอดผัก,สาหร่าย, จะทำให้เกิดกรดยูริคได้
การกินอาหารจำพวกผักที่มีสาร ออกซาเลทสูง เช่น ผักโขม,ผักแผว, หน่อไม้,ชะพลู ก็จะมีโอกาสเกิดนิ่ว พวกออกซาเลท เด็กเล็กที่ขาดอาหารพวกโปรตีนจะเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะมาก
การขาด วิตามิน เอ หรือ ได้รับ วิตามินดี มากเกินไป ก็ทำให้เกิดนิ่วได้
5.อาชีพ ผู้มีอาชีพเกษตรกร ทำงานกลางแจ้ง ก็จะมีการเสียเหงื่อมาก ทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้น ก็อาจเกิดการตกผลึก ของสารละลายในน้ำ ปัสสาวะเกิดนิ่วขึ้นได้
ผู้ที่มีรายได้ต่ำ ก็จะบริโภคอาหารแป้งและผักมากโปรตีนน้อย ทำให้เกิดนิ่วจำพวกออกซาเลทได้ง่าย ผิดกันกับผู้ที่มีรายได้สูงมีการบริโภค อาหาร โปรตีน ,ไขมันมากกว่าปกติ ทำให้เกิด เป็นนิ่วพวกกรดยูริค และ นิ่วแคลเซี่ยมสูง
2. ตรวจสุขภาพล่าสุด กับ RSU ไปเมื่อ 28 ตุลาคม 52 และได้รับทราบผลแล้ว แต่หากจะตรวจเพิ่มอีกบางรายการ ต้องเจาะเลือดใหม่มั้ยคะ (ไม่อยากโดนเจาะอีกค่ะ)สาร
ตอบ. อาจเป็นอาการปกติได้ครับ ถ้าไม่มีอาการปวดต้อคอ หรือปวดร้าวลงแขนครับ
ตอบ. การแปรงฟันแล้วคลื่นไส้อาเจียน เกิดขึ้นได้ในผู้ที่มีประสาทรับความรู้สึกในช่องคอที่ค่อนข้างไวต่อการกระตุ้นครับ อาการจะเหมือนกับเวลาแพทย์ใช้ไม้กดลิ้นตรวจช่องคอช่วงโคนลิ้นจะพบว่าส่วนมากมักจะมีอาการอยากอาเจียน แนะนำว่าอาจหลีกเลี่ยงการแปรงฟันที่ลึกๆ ถึงช่วงโคนลิ้นครับ ส่วนน้ำเขียวๆที่อาเจียนออกมาคือน้ำดีครับ