คือ การอักเสบเนื่องจากการติดเชื้อในตาภายหลังจากการผ่าตัด ซึ่งจะพบการอักเสบของตาทั้งหมด ทั้งส่วนหน้าม่านตาและส่วนหลังม่านตา มักเกิดจากการปนเปื้อนเชื้อโรคเข้าสู่ตาระหว่างการผ่าตัด หรือหลังการผ่าตัด ถือเป็นภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดที่สำคัญ และต้องรับการรักษาโดยเร่งด่วน
การติดเชื้อหลังผ่าตัดมักแสดงอาการภายใน 6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับปริมาณและความรุนแรงของเชื้อโรคที่ได้รับ ผู้ป่วยบางรายได้รับเชื้อที่มีความรุนแรงน้อยหรือเติบโต ฟักตัวในตาอย่างช้า ๆ ก็อาจเกิดอาการได้ในเวลาเป็นเดือนหรือปี หลังการผ่าตัด การตรวจพบ การวินิจฉัย และรักษาที่รวดเร็ว จะสามารถควบคุมโรคได้ดี และทำให้ได้ผลการรักษาที่ดีกว่า
ที่มาของเชื้อโรค อาจมาจาก
ปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสการติดเชื้อ ได้แก่
ผลจากการติดเชื้อ
จะเกิดการทำลายเนื้อเยื่อในตา ทั้งโดยตรงจากตัวเชื้อเองที่กระตุ้นให้เกิดสารก่อการอักเสบ พิษจากตัวเชื้อโรคและสารพิษที่เชื้อโรคสร้างขึ้น รวมกันแล้วนี้ทำให้เกิดการอักเสบที่รุนแรง ดังนั้นการรักษาจะต้องใช้ยาปฎิชีวนะที่เหมาะสมในการฆ่าเชื้อโรค และจะต้องควบคุมการอักเสบซึ่งเป็นปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกันด้วย
อาการ

ปวดตามาก ตาแดง ตามัวลง น้ำตาไหลมากผิดปกติ
ตรวจตาจะพบเปลือกตาบวมแตะแลัวเจ็บ เยื่อบุตาแดง มีเซลล์เม็ดเลือดขาวมากมองเห็นเป็นหนองในช่องตาส่วนหน้า และอาจตกเป็นตะกอนบนเลนส์เทียม หรือหลังเลนส์เทียม และถ้าการอักเสบรุนแรงมาก อาจลามไปสู่เข้าภายในตา มีน้ำวุ้นตาตาและจอประสาทตาอักเสบร่วมด้วย
การวินิจฉัย
ผู้ป่วยมีประวัติผ่าตัดตา ร่วมกับอาการอักเสบในตา โดยจะต้องตรวจยืนยัน ด้วยการเจาะนำน้ำในช่องหน้าม่านตา และน้ำวุ้นตาส่งตรวจและเพาะเชื้อ การทำ ultrasound ในรายที่ไม่สามารถตรวจ ด้านหลังม่านตา จะช่วยตรวจได้ว่ามีการอักเสบในน้ำวุ้นตา หรือจอประสาทตาลอก ร่วมด้วยหรือไม่ นอกจากนี้จะต้องนึกถึงโรคอื่น ที่มีลักษณะ ใกล้เคียงกันด้วย เช่น การอักเสบจากสารเคมีหลังการผ่าตัด (TASS) การเกิดม่านตาอักเสบเฉียบพลัน ( acute uveal inflammation / iridocyclitis ) การอักเสบที่มากกว่าปกติจากการผ่าตัดที่ซับซ้อน และมีภาวะแทรกซ้อนระหว่างการผ่าตัด
การรักษา สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้การรักษาได้ผลดี คือ การวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว และได้รับยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม โดยจะได้รับยาทั้งทางฉีดเข้าในน้ำวุ้นตา , การรับยาทางเส้นเลือด และการผ่าตัดน้ำวุ้นตา จากการรักษา พบว่า การติดเชื้อจาก Coagulase negative Staphylococci และผู้ป่วยกลุ่มที่ตรวจไม่พบเชื้อนั้นมีการพยากรณ์โรคที่ดีที่สุด ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อรุนแรง จำเป็นต้องรับการผ่าตัดน้ำวุ้นตาเพื่อลดปริมาณของเชื้อในตาลง การติดตามการรักษา ในระยะแรก จะได้รับ ยาหยอดตาทุกวัน และค่อย ๆ ลดลงจนอาการดีขึ้น มีความจำเป็นที่จะต้องตรวจตาทุกวันเพื่อมั่นใจว่าให้ยาได้ครอบคลุมเชื้อโรคได้ดี และครอบคลุมการอักเสบได้ และเพื่อพิจารณาการรักษาเพิ่มเติมในรายที่ไม่ได้ผลดี